วัคซีนไฟเซอร์ ทำไมหลายคนอยากได้?

ในตอนนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในไทย ยังคงมีความรุนแรงและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ซึ่งหนทางที่จะทำให้เราอยู่รอดปลอดภัยคือการปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวดมากที่สุด หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจทำให้ติดเชื้อไวรัส

ที่สำคัญจำเป็นต้อง ‘เข้ารับวัคซีน’ เมื่อได้รับสิทธิ์ ซึ่งถึงแม้ว่าในตอนนี้ยังไม่มีวัคซีนตัวไหน สามารถป้องกันเชื้อได้แบบ 100% แต่ทั้งนี้ประสิทธิภาพของวัคซีนก็มีมากพอที่จะลดอัตราการเจ็บป่วยที่รุนแรงและลดอัตราการเสียชีวิตได้ ดังนั้นวัคซีนจึงถือได้ว่าเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่งที่จะช่วยควบคุมการแพร่ระบาดของโรคและช่วยป้องกันคนให้ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสที่อันตรายนี้ได้

ประโยชน์ของการฉีดวัคซีนโควิด

ซึ่งวันนี้เราได้ยกประโยชน์ของการฉีดวัคซีนโควิดจากโรงพยาบาลศิครินทร์มาให้ทุกคนได้ทำความเข้าใจ ว่าทำไมถึงแม้ว่าวัคซีนยังกันโรคไม่ได้ แล้วเหตุใดเรายังคงต้องฉีดอยู่

  • วัคซีนช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน โดยการฉีดวัคซีนจะช่วยกระตุ้นร่างกายให้สามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสได้
  • ช่วยลดอัตราการเสียชีวิต เพราะประสิทธิผลขของวัคซีนจะช่วยลดความรุนแรงในกรณีที่ติดเชื้อ และลดอัตราการเสียชีวิตได้นั่นเอง
  • ป้องกันอาการป่วยหนัก และลดอัตราการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน
  • ลดการติดเชื้อ โอกาสป่วยน้อยลง และลดการแพร่ระบาดของเชื้อได้ดี

ซึ่งถึงแม้ว่าจะเข้ารับวัคซีนครบโดส หรือรับวัคซีนเข็มกระตุ้นไปแล้ว แต่ทุกคนยังคงต้องปฏิบัติตัวตามมาตรการความปลอดภัยเช่นเดิม ได้แก่ สวมหน้ากากอนามัย, เว้นระยะห่าง, หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด, ล้างมือ และมาตรการอื่น ๆ ที่ช่วยลดการติดเชื้อ

ประโยชน์ของการฉีดวัคซีนโควิด
ประโยชน์ของการฉีดวัคซีนโควิด

วัคซีนไฟเซอร์ คืออะไร

ในตอนนี้หลายคนกำลังให้ความสนใจวัคซีนไฟเซอร์เป็นอย่างมาก โดยก่อนหน้านี้ไฟเซอร์ได้ถูกใช้เป็นวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 ให้กับแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และด่านหน้า แต่ในขณะนี้ประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ก็มีโอกาสได้รับวัคซีนยี่ห้อนี้ด้วยเหมือนกัน

วัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) เป็นวัคซีนชนิด mRNA ที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดี้ขึ้นมาต่อต้านเชื้อไวรัส และให้ร่างกายเรียนรู้ที่จะต่อสู้กับโปรตีนเหล่านี้หากต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้ง (เหมือนเป็นการทดสอบร่างกายให้ติดเชื้อ) โดยไฟเซอร์ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ไปเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2563 และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประเทศไทย ก็อนุมัติให้ขึ้นทะเบียนใช้วัคซีนไฟเซอร์ในไทย ไปเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2564 แล้วเช่นกัน โดยหลักการฉีดไฟเซอร์คือจะต้องฉีด 2 โดส ห่างกัน 21 – 28 วัน หรือประมาณ 3 – 4 สัปดาห์ (ปัจจุบันในไทยใช้ไฟเซอร์เป็นสูตรไขว้/เข็มกระตุ้น) สำหรับประสิทธิภาพของวัคซีนไฟเซอร์ มีดังนี้

  • ป้องกันความรุนแรงของโรคได้ 100%
  • ป้องกันการติดเชื้อที่มีอาการ 94%
  • ป้องกันการติดโรค 96.5%
  • ป้องกันการเสียชีวิต 98 – 100%
  • และงานวิจัยอื่น ๆ อ้างว่าช่วยป้องกันและลดความรุนแรงต่อเชื้อโควิดสายพันธุ์อื่นที่กลายพันธุ์ได้ 88%
วัคซีนไฟเซอร์ คืออะไร
วัคซีนไฟเซอร์ คืออะไร

ผลข้างเคียงหลังรับวัคซีนไฟเซอร์ คืออะไร

  • ปวด บวม แดง คัน หรือเกิดอาการช้ำในจุดที่ฉีด
  • มีไข้ หนาวสั่น
  • อ่อนเพลีย ไม่สบายตัว ครั่นเนื้อครั่นตัว
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดเมื่อยตามข้อ และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ท้องเสีย

โดยผลข้างเคียงไฟเซอร์จะแสดงอาการใน 1 – 2 วัน หรือประมาณ 1 – 2 สัปดาห์หลังจากได้รับวัคซีน แต่ในบางรายอาจพบผลข้างเคียงหลังจากได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 ไปแล้ว และผลข้างเคียงดังกล่าวจะหายไปเองภายในไม่กี่วัน ซึ่งหลังจากที่รับวัคซีนแล้วจะต้องนั่งพักและสังเกตอาการอย่างน้อย ๆ 30 นาที สำหรับอาการที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ มีดังนี้

  • อาการแน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก
  • ใจสั่นผิดปกติ
  • หอบ เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก
  • รู้สึกอ่อนเพลียผิดปกติ เป็นลม หมดสติ

หากมีอาการข้างต้นควรรีบเข้าพบแพทย์ทันที และต้องติดตามอาการอย่างต่อเนื่องอีก 30 วัน และภายใน 7 วันหลังได้รับวัคซีนแล้วงดออกกำลังกายหนัก ๆ เพื่อป้องกันการทำงานหนักของหัวใจ

โควิด-19 ยังคงเป็นสถานการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นอย่างหนัก ดังนั้นขอให้ทุกคนเฝ้าระวังตัวเองให้ได้มากที่สุด ทำประกันสุขภาพ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง และปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดด้วยนะคะ

By Jeremy

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *